ภูฎาน อาณาจักรแห่งหมู่เมฆา [ilastdeal]
อากาศใต้ร่มเงาของโจโมลารี ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงที่สุดลูกหนึ่งของภูฏาน นั้นหนาวจนร้าวไปถึงกระดูก แต่ กอมเชน หรือนักพรตของหมู่บ้าน ผู้สวมเสื้อคลุมยาวที่โบกไสวกลางสายลม กลับภาวนาให้หิมะตก
"ผมขอพรเทพเจ้าของเราอยู่เสมอให้หิมะตกเวลาที่มีคนนอกอย่างคุณเข้ามาในหุบ เขาของเรา พวกคุณจะได้ไปไกลๆ" เขาพูดพลางจ้องตาผมและยืนพิงราวบันได "คุณใช้ฟืนของเราจนหมดและไม่เคารพประเพณีของเรา"
ในฐานะที่เป็นนักสิ่งแวดล้อมซึ่งปรารถนาให้แดนสวรรค์ของนักธรรมชาตินิยมคง อยู่อย่างที่เป็น ในฐานะดินแดนแห่งอากาศบริสุทธิ์ ป่าสนกลิ่นหอม และสัตว์ป่าหลากหลาย ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่นักพรตผู้นี้คิด
ผมนึกสงสัยว่า อาณาจักรแห่งเทือกเขาหิมาลัยอย่างภูฏานจะก้าวพ้นอดีตอันโบราณเข้าสู่โลกสมัย ใหม่ โดยไม่ต้องสละทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าหรือขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ที่ สืบทอดกันมาได้อย่างไร
แต่ก็ไม่ทันมีเวลาคิดหาคำตอบ เพราะไม่ทันไร คำภาวนาของกอมเชนก็เป็นจริง เมฆรวมตัวบนท้องฟ้าและหิมะก็โปรยปรายลงมา ทีมงานของเราหาทางออกจากช่องเขาได้อย่างเฉียดฉิวในวันรุ่งขึ้น จากนั้นสภาพอากาศก็ทำให้หุบเขาพาโรตัดขาดจากภายนอกอีกครั้ง
หิมะปกคลุมหุบเขาพาโรฉันใด ภูฏานก็มีเทือกเขาหิมาลัยช่วยปกป้องจากโลกภายนอกมาเนิ่นนานฉันนั้น ดินแดนที่ตั้งอยู่ระหว่างจีนและอินเดียแห่งนี้มีพื้นที่ไม่ถึง 47,000 ตารางกิโลเมตร หรือพอๆกับสวิตเซอร์แลนด์ และภูฏานก็มีส่วนคล้ายสวิตเซอร์แลนด์ตรงที่พื้นที่ส่วนใหญ่โอบรอบด้วยภูเขา แต่ประเทศที่มีประชากรกระจัดกระจายอยู่ราว 700,000 คนนี้ กลับไม่ได้รับอิทธิพลจากโลกสมัยใหม่นัก แกะบูลชีพ ดอกป็อปปี้ป่า และเสือดาวหิมะเติบโตหรืองอกงามในหุบเขาอันโดดเดี่ยวเช่นเดียวกับเยติหรือ มนุษย์หิมะในตำนานต่างๆของชาวภูฏาน ที่นี่ยังเป็นดินแดนแห่งกล้วยไม้และเสืออีกด้วย ไม่นานก่อนหน้านี้ ผมเดินท่องป่าที่ระดับสูงกว่า 3,048 เมตร เสือตัวใหญ่ทิ้งรอยเท้าใหม่ๆไว้ให้เห็นเป็นทาง อันที่จริง เสือในแถบเอเชียใต้มักจะอาศัยอยู่ในป่าที่มีระดับความสูงต่ำกว่านี้ แต่ในภูฏาน มีผู้ยืนยันว่า เคยเห็นเสืออยู่ที่ระดับความสูงถึง 3,658 เมตร
แม้กระทั่งในทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน เราอาจเห็นหมีควายหรือหมูป่าในสวนหลังบ้าน เพื่อนคนหนึ่งเล่าว่า "เมื่อปีกลาย เมียผมออกไปดูว่าหมาเห่าอะไรและตกใจแทบแย่ที่ออกไปเจอเสือดำเข้า" บนถนนอันเงียบเหงาของทิมพูมีสุนัขมากกว่ารถยนต์ และมีสถานีบริการน้ำมันแค่สองแห่ง แม้ว่าพ่อค้าวาณิชจะเดินเท้าหรือขี่จามรีท่องดินแดนแถบนี้จนปรุมาหลายพันปี แล้ว แต่ภูฏานก็ใช้น้ำมันน้อยมาก จนกระทั่งปี 1962 เมื่อมีการสร้างทางหลวงสายแรกเพื่อเชื่อมทิมพูกับพุนโชลิงของอินเดีย
ภายหลังการเปิดประเทศ แผ่นดินซึ่งชาวภูฏานเรียกว่า "ดรุกยูล" (ดินแดนแห่งมังกรอัสนี) ก็ก้าวเข้าสู่ความทันสมัย ขณะรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมตามวิถีพุทธศาสนานิกายมหายาน ที่ภูฏานและประเทศอื่นๆในแถบหิมาลัยเลื่อมใสศรัทธา
อ่านบทความ ภูฏาน ที่สนุกโดย sirwilliams ที่ sirwilliams blog
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทัวร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทัวร์ แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ความงามของเมืองภูฎาน
ความงามของเมืองภูฎาน
ความงาม แห่ง ภูฏาน เข้ามาสัมผัสได้ที่นี่เลยครับ ภูฏาน เป็นสถานที่ ที่น่าไปเที่ยวมากๆ ถ่ายรูปสวย ไม่แย่ครับ ประทับใจ ในราคาถูก หากท่าน สนใจท่องเที่ยวในราคาประหยัด แนะนำ ทัวร์ต่างประเทศราคาถูก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
